TKP HEADLINE

Showing posts with label อำเภอขุนยวม. Show all posts
Showing posts with label อำเภอขุนยวม. Show all posts

ปอยหวั่งกะป่า

 ปอยหวั่งกะป่า




ประเพณีเขาวงกต (ปอยหวั่งกะป่า) ช่วงเวลาที่มีการจัดงาน จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน หรือทางชาวไทใหญ่เรียกว่า เดือน 12 ระหว่างขึ้น 1 ค่ำถึง 15 ค่ำ แต่ส่วนใหญ่มักจะจัด

ห้องสมุดประชาชนอำเภอขุนยวม

 ห้องสมุดประชาชนอำเภอขุนยวม









 สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน สังกัดสำนักงานกศน. จังหวัดแม่ฮ่องสอนด้าน ค้นคว้าข้อมูลจากหนังสือ   งานวิชาการ   หนังสือบันเทิง   หนังสือสาระการเรียนรู้ด้านอาชีพ หนังสืองานวิจัยฯลฯ  สื่อ VCD  สื่อ DVD  ห้องสมุด คือแหล่งรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภท ทั้งที่เป็นวัสดุตีพิมพ์ วัสดุไม่ตีพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีการคัดเลือกและ อ่านต่อที่นี่

ดอยหมื่อกาโด่

 ดอยหมื่อกาโด่ 






เมื่อหลายอายุคนมาแล้ว มีชาวบ้านได้กล่าวว่า มีชาวบ้านอำเภอแม่แจ่ม ที่มีชื่อว่า นายเดอะพรือ ไม่ทราบนามสกุล เป็นผู้ค้นพบเป็นคนแรก ต่อมานายเดอะพรือได้ปักหลักสร้างที่อยู่อาศัย ณ หัวแม่ลาก๊ะ และนายเดอะพรือกลายเป็นผู้นำหมู่บ้านในสมัยนั้นมีการเล่าขานว่า ในอดีตมีหญิงชายคู่หนึ่งรักกันมานาน และได้ตกลงแต่งานกัน จนได้กำเนิดบุตร 2 คน บุตรคนแรกเป็นผู้ชายและบุตรคนที่ 2  อ่านต่อที่นี่

ไร่หมุนเวียน

 ไร่หมุนเวียน









ไร่หมุนเวียน คือ การปลูกพืชโดยวิธีการหมุนเวียนจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเพื่อพื้นที่เดิมได้มีการพักฟื้น และกลับมาทำไร่หมุนเวียนยังพื้นที่เดิมอีกครั้ง เมื่อแร่ธาตุในดินคืนความอุดมสมบูรณ์ วงจรของไร่หมุนเวียนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7 – 12 ปี ตามความพร้อมของสภาพพื้นที่ การทำไร่หมุนเวียนนั้นจะทำหลังจากพื้นที่ที่มีการพักดิน หรือที่เรียกว่า ไร่เหล่ามีการฟื้นตัวแล้ว ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6 ปี  อ่านเพิ่มเติม


พิธีมัดมือปีใหม่กะเหรี่ยง

  พิธีมัดมือปีใหม่กะเหรี่ยง




ชาวกะเหรี่ยงมีความเชื่อว่าต้องบูชาผีและวิญญาณ ดังนั้นจึงมีพิธีกรรมเลี้ยงผีเกิดขึ้น ในพิธีกรรมนั้นตามประเพณีแล้วจะเริ่มทำพิธีที่บ้านผู้นำเป็นหลังแรกแล้วจึงจะไปทำพิธีให้กับชาวบ้าน ซึ่งกว่าจะครบทุกหลังคาเรือนอาจใช้เวลาหลายวันหลายคืน ในทุก ๆ หลังจะมีการหมักเหล้า ต้มเหล้าจากข้าวสุก ฆ่าไก่หรือแกงหมูเป็นอาหาร จากนั้นมีการดื่มเหล้ากันตามประเพณีแล้วจึงมีการมัดข้อมือด้วยฝ้ายดิบพร้อมกับมีคาถาอวยพรให้อยู่เย็นเป็นสุข และนอกจากนี้ยังมีพิธีการรินเหล้าและนำเนื้อไก่เพื่อมาบวงสรวงต่อผีและวิญญาณอีกด้วย คลิกเพื่ออ่านต่อ

"วนอุทยานทุ่งบัวตอง ดอยแม่อูคอ ดินแดนขุนเขาแห่งทะเลดอกไม้สีทอง "

 "วนอุทยานทุ่งบัวตอง ดอยแม่อูคอ ดินแดนขุนเขาแห่งทะเลดอกไม้สีทอง "




   วนอุทยานทุ่งบัวตอง ตั้งอยู่ในท้องที่ บ้านแม่อูคอ หมู่ที่ 6 ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน อยู่บนภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,600 เมตร มีทิวทัศน์สวยงาม มองเห็นภูเขาสลับซับซ้อนคล้ายคลื่นในทะเล ในบริเวณพื้นที่ของวนอุทยานฯจะมีป่าธรรมชาติและป่าสนปลูกขึ้นสลับกัน จะมีอากาศเย็นตลอดปี ฤดูหนาวอากาศหนาวมาก ตอนเช้าจะมีหมอกทึบ ตอนกลางวันอากาศเย็น เพราะมีลมพัดตลอดวัน คลิกเพื่ออ่านต่อ

“ การทอผ้ากะเหรี่ยง ”

   


“ การทอผ้ากะเหรี่ยง ” 




ชาวปกากะญอ หรือกะเหรี่ยง นิยมใส่เสื้อผ้าฝ้ายทอมือมาแต่สมัยโบราณ ซึ่งแต่เดิมชาวกะเหรี่ยงจะปลูกฝ้ายเอง นำฝ้ายมาปั่นเป็นเส้นด้าย ย้อมด้วยสีธรรมชาติ สร้างลวดลายด้วยการทอ การปักด้วยเส้นไหม และลูกเดือย สตรีชาวกะเหรี่ยง จะถ่ายทอดภูมิปัญญากระบวนการผลิตผ้าทอ แก่บุตรสาว 12-15 ปี โดยเริ่มจากแบบง่ายๆ ฝึกฝนจนมีความชำนาญ และสามารถออกแบบลวดลายด้วยตนเองได้ สำหรับลวดลายผ้าทอของชาวกะเหรี่ยงนั้น มีเรื่องราวเล่าสืบมาว่า ได้มาจากลายหนังงูใหญ่ ซึ่งเป็นคู่รักในอดีตของหญิงสาวชาวกะเหรี่ยง โดยงูจะเปลี่ยนลายทุกวัน และหญิงสาวก็ทอผ้าตามลายที่ปรากฏจนครบ 7 วัน ทอได้ 7 ลาย แต่ลายที่นิยมนำมาทอ และปัก มี 4 ราย คือ โยห่อกือ เกอเป่เผลอ ฉุ่ยข่อลอ อีกลายหนึ่ง คือ ลายทีข่า ปัจจุบัน ยังมีลายที่ยมทอ คือ เกอแนเดอ หรือลายรังผึ้ง และเซอกอพอ หรือ ลายดอกมะเขือ อ่านต่อคลิก

ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์

 

ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์





     โครงการศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ ตามพระราชดำริ ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2536 จากพระราชกระแสของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ที่ทรงเป็นห่วงถึงปัญหาของกล้วยไม้รองเท้านารีที่กำลังจะสูญพันธุ์ไปจากแผ่นดินไทย โดยในช่วงแรกโครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์นั้นดำเนินการภายใต้การดูแลโดยกองทัพภาคที่ 3 จนถึงปี 2546 จากนั้นในปี 2547 เป็นต้นมา โครงการฯ  มอบให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นผู้ดูแลต่อ  อ่านต่อคลิก

เกษตรกรรมตำบลแม่อูคอ

           เกษตรกรรมตำบลแม่อูคอ





อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นอำเภอเล็กๆ ที่ทุกตำบลสามารถเดินทางเข้าไปได้ตลอดทั้งปี แม้ว่าเส้นทางหลายหมู่บ้านยังเป็นทางดินบนภูเขาอาจมีปัญหาบ้างในช่วงฤดูฝนถนนสายหลักประชากรส่วนใหญ่ในตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน อ่านต่อคลิก

รักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า

 




เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลแม่เงา ตำบลแม่กิ๊ และตำบลขุนยวม อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีเนื้อที่ประมาณ 291,610 ไร่ หรือ 467 ตารางกิโลเมตร  ทะเลสาปสะตือ หรือเรียกว่า “อ่างเก็บน้ำห้วยสะตือ” ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม อยู่ห่างจากตัวเมืองอำเภอขุนยวมมาประมาณ 30 กิโลเมตร  อ่านเพิ่มเติม

อนุสรณ์สถานมิตรภาพ ไทย-ญี่ปุ่น

 อนุสรณ์สถานมิตรภาพ ไทย-ญี่ปุ่น

สัมผัสตำนานรัก “โกโบริ-อังศุมาลิน” แห่งขุนยวม สายใยมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น

“อนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น”






อนุสรณ์สถานฯ แห่งนี้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์มาตั้งแต่ปี 2539 ภายในอนุสรณ์สถานฯ แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ด้วยกัน ส่วนแรกจัดแสดงข้อมูลพื้นฐานของ อ.ขุนยวม ที่สำเนียงท้องถิ่นออกเสียงเป็น “กุ๋นยม” กุ๋น หมายถึงภูเขาที่เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำ ส่วน ยม หมายถึงไม้ยมซึ่งขึ้นอยู่ตามภูเขาแถบนี้มาก และขุนยวมยังเป็นอำเภอที่มีความหลากหลายของชาติพันธุ์ โดยมีชาวไทใหญ่เป็นประชากรจำนวนมากที่สุด นอกนั้นก็ยังมีชาวปกาเกอะญอ ไทยวน ม้ง และ ลัวะ เมื่อเดินขึ้นมายังชั้น 2 ส่วนนี้จัดแสดงเรื่องราวของขุนยวมในสมัยสงคราม ที่ชาวขุนยวมมีโอกาสต้อนรับกองทัพทหารญี่ปุ่นจำนวนนับหมื่นอย่างไม่คาดคิด จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งบรรยากาศและสภาพสังคมอย่างฉับพลัน ทหารเหล่านั้นต้องพึ่งพาชาวขุนยวมในเรื่องเสบียงอาหารและสินค้าต่างๆ คนขุนยวมทุกเพศทุกวัยจึงค้าขายกับทหารญี่ปุ่นและรับจ้างทำงานต่างๆ เป็นจุดเริ่มต้นของตำนานแห่งมิตรภาพและน้ำใจระหว่างกัน ข้อมูลจัดแสดงยังบอกถึงจำนวนทหารญี่ปุ่นที่เข้ามารบในพม่า และถอนทัพจากพม่าเข้ามาไทย อนุมานว่ามีประมาณ 270,000 นาย และกองทหารญี่ปุ่นที่เข้ามาตั้งทัพในขุนยวมนั้น ได้กระจายกันอยู่ตามที่ต่างๆ อ่านเพิ่มเติม


“ข้าวเบ๊อะ”

 



“ข้าวเบ๊อะ” หรือที่เรียกตามภาษาถิ่นว่า “ต่าพอเผาะ” ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูคู่บ้านของชาวกะเหรี่ยง โดยเมนูนี้เป็นหนึ่งในการนำภูมิปัญญามาใช้แก้ปัญหาปากท้อง ด้วยการรังสรรค์ออกมาเป็นเมนูอาหารเรียบง่ายแต่อร่อย

เล่ากันว่า ที่มาเมนูนี้เกิดจากชาวกะเหรี่ยงซึ่งส่วนใหญ่ดำรงชีพด้วยการปลูกข้าว ทำไร่  แต่ต้องประสบปัญหาในทุกช่วงฤดูเก็บเกี่ยวเพราะผลผลิตที่ได้จะถูก นก หนู หมูป่า เข้ามากัดแทะ หรือ ขโมยไปกิน  อ่านเพิ่มเติม

ดอยหมื่อกาโด่





 เมื่อหลายอายุคนมาแล้ว มีชาวบ้านได้กล่าวว่า มีชาวบ้านอำเภอแม่แจ่ม ที่มีชื่อว่า นายเดอะพรือ ไม่ทราบนามสกุล เป็นผู้ค้นพบเป็นคนแรก ต่อมานายเดอะพรือได้ปักหลักสร้างที่อยู่อาศัย ณ หัวแม่ลาก๊ะ และนายเดอะพรือกลายเป็นผู้นำหมู่บ้านในสมัยนั้นมีการเล่าขานว่า ในอดีตมีหญิงชายคู่หนึ่งรักกันมานาน และได้ตกลงแต่งานกัน จนได้กำเนิดบุตร 2 คน บุตรคนแรกเป็นผู้ชายและบุตรคนที่ 2 เป็นผู้หญิงต่อมาไม่กี่ปีก้เกิดปัญหาทางครอบครัวเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุงแรงถึงขั้นต้องเลิกรากัน ทั้งคู่ได้ตกลงแบ่งบุตรกัน อ่านเพิ่มเติม

ไร่หมุนเวียน

 


    



    
        

                การปลูกพืชโดยวิธีการหมุนเวียนจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเพื่อพื้นที่เดิมได้มีการพักฟื้น และกลับมาทำไร่หมุนเวียนยังพื้นที่เดิมอีกครั้ง เมื่อแร่ธาตุในดินคืนความอุดมสมบูรณ์ วงจรของไร่หมุนเวียนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7 – 12 ปี ตามความพร้อมของสภาพพื้นที่  อ่านเพิ่มเติม

“ปอยเหลินสิบเอ็ด” บุญออกพรรษาชาวไตใหญ่

 

 งานประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด เป็นวัฒนธรรมประเพณีที่ไม่ใช่วัตถุ เป็นงานที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น 11 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันแรม 8 ค่ำ เดือน 11 ตามความเชื่อของชาวไทยใหญ่ซึ่งชุมชนตำบลแม่เงา (ประกอบด้วยบ้านต่อแพ, บ้านหลวง, บ้านประตูเมือง) เป็นชุมชนชาวไทยใหญ่ ก่อนถึงวันงานจะมีการจัดเตรียมสร้างปราสาทจำลอง ทำด้วยโครงไม้ไผ่ ประดับลวดลายด้วยกระดาษสา กระดาษสีต่างๆ หน่อกล้วย อ้อย และโคมไฟ ตกแต่งอย่างสวยงาม เรียกว่า "จองพารา" เพื่อใช้สมมติเป็นปราสาทรับเสด็จพระพุทธเจ้าหลังจากเสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จากนั้นก็จะยก "จองพารา" ขึ้นไว้นอกชายคา นอกรั้ว อ่านเพิ่มเติม

“วัดต่อแพ” ศูนย์รวมใจชาวไตใหญ่

 



วัดต่อแพเป็นวัดที่มีความเป็นมาเก่าแก่ แต่เดิมเป็นวัดของชาวลัวะหรือละว้า โดยวัดเหลือเพียงซากเจดีย์เก่าที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่ตรงกลาง ต่อมาชาวบ้านได้นิมนต์เจ้าอาวาสวัดต่อแพเก่ามาทำการบูรณะวัด โดยมีคณะศรัทธาบ้านเมืองปอน บ้านขุนยวม และบ้านต่อแพ ร่วมกันสร้างศาลาการเปรียญขึ้นมาราวปี พ.ศ. 2461 โดยศาลาการเปรียญเป็นอาคารสถาปัตยกรรมพม่าผสมไทใหญ่ที่สวยงามที่สุดในอำเภอขุนยวม ตัวอาคารก่อสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง มีหลังคาลดชั้นแยกออกจากกัน มุงด้วยสังกะสีที่สลักลวดลายสวยงามและวัตถุโบราณล้ำค่า เช่น ผ้าม่านเก่าแก่อายุกว่า 150 ปี  อ่านเพิ่มเติม

การทำต้องลาย ปานซอยไตผสมพม่า

      




        เป็นงานศิลปหัตถกรรมที่สวยงามเฉพาะตัว เป็นงานฝีมือที่ต้องอาศัยความสามารถ ความละเอียดอย่างมาก ชาวบ้านนิยมใช้เป็นของตกแต่งประดับประดาตามวัดวาอาราม ซุ้มเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน หรือตามบ้านเรือนของเจ้าขุนมูลนาย ซึ่งวัสดุที่ใช้ทำต้องลายปานซอยส่วนมากมักทำจากโลหะ เช่น สังกะสี เป็นต้น แต่ปัจจุบันหันมาใช้อลูมิเนียมแทน เนื่องจากไม่เป็นสนิมและยังมีความแวววาวมากกว่า หรืออาจจะทำจากไม้หรือกระดาษก็ได้ การทำต้องลาย ปานซอยนั้นจะต้องทำการออกแบบลวดลายก่อนเพื่อให้ได้ตามขนาดของพื้นที่ที่จะติดลวดลายให้เหมาะกับสถานที่นั้นๆ  อ่านเพิ่มเติม

กศน.ตำบลแม่อูคอ

 

สังกัด ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอขุนยวม ได้อนุมัติจัดตั้งเป็น กศน.ตำบล เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ 2553 ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 4 บ้านใหม่พัฒนา ตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีนายยอดยิ่ง พิบูลธรรมวงศ์ เป็นครู กศน.ตำบล
สภาพปัจจุบันของสถานศึกษา
กศน.ตำบลแม่อูคอ ตั้งอยู่ ที่หมู่ 4 บ้านใหม่พัฒนา ตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม อาคารปูน 1 ชั้น มีห้อง จำนวน 1 ห้อง และใช้เป็นห้องเรียนหนังสือ
บุคลากร  กศน.ตำบลแม่อูคอ
1.      นายยอดยิ่ง  พิบูลธรรมวงศ์          ตำแหน่ง      ครู กศน.ตำบลแม่อูคอ
2.      นายธานินท์  สันติกรรม              ตำแหน่ง      ครู ศศช.บ้านห้วยบง
3.      นายศรีทวน  ใจรวมหมู่              ตำแหน่ง      ครู ศศช.บ้านแม่สุรินน้อย
4.      นางสาวอุดมทรัพย์  ทั่งเชียงใหม่    ตำแหน่ง      ครู ศศช.บ้านพะยอย
5.      นายสนามชัย  เลิศสีดา              ตำแหน่ง      ครู นิเทศตำบลแม่อูคอ

ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์

  



โครงการศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ ตามพระราชดำริ ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2536 จากพระราชกระแสของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ที่ทรงเป็นห่วงถึงปัญหาของกล้วยไม้รองเท้านารีที่กำลังจะสูญพันธุ์ไปจากแผ่นดินไทย โดยในช่วงแรกโครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์นั้นดำเนินการภายใต้การดูแลโดยกองทัพภาคที่ 3 จนถึงปี 2546 จากนั้นในปี 2547 เป็นต้นมา โครงการฯ  มอบให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นผู้ดูแลต่อ  อ่านเพิ่มเติม

ประเพณีเขาวงกต (ปอยหวั่งกะป่า)

 



ช่วงเวลาที่มีการจัดงาน จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน หรือทางชาวไทใหญ่เรียกว่า เดือน 12 ระหว่างขึ้น 1 ค่ำถึง 15 ค่ำ แต่ส่วนใหญ่มักจะจัดขึ้น 13 ค่ำ ถึง 15 ค่ำ เดือน 12 โดยถือเอาวันขึ้น 15 ค่ำ เป็นวันสุดท้ายของงานประเพณีต่างๆ ของชาวไทใหญ่

อ่านต่อที่

ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand