ห้องสมุดประชาชนอำเภอขุนยวม
ห้องสมุดประชาชนอำเภอขุนยวม
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน สังกัดสำนักงานกศน. จังหวัดแม่ฮ่องสอนด้าน ค้นคว้าข้อมูลจากหนังสือ งานวิชาการ หนังสือบันเทิง หนังสือสาระการเรียนรู้ด้านอาชีพ หนังสืองานวิจัยฯลฯ สื่อ VCD สื่อ DVD ห้องสมุด คือแหล่งรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภท ทั้งที่เป็นวัสดุตีพิมพ์ วัสดุไม่ตีพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีการคัดเลือกและ อ่านต่อที่นี่
ดอยหมื่อกาโด่
ดอยหมื่อกาโด่
เมื่อหลายอายุคนมาแล้ว มีชาวบ้านได้กล่าวว่า มีชาวบ้านอำเภอแม่แจ่ม ที่มีชื่อว่า นายเดอะพรือ ไม่ทราบนามสกุล เป็นผู้ค้นพบเป็นคนแรก ต่อมานายเดอะพรือได้ปักหลักสร้างที่อยู่อาศัย ณ หัวแม่ลาก๊ะ และนายเดอะพรือกลายเป็นผู้นำหมู่บ้านในสมัยนั้นมีการเล่าขานว่า ในอดีตมีหญิงชายคู่หนึ่งรักกันมานาน และได้ตกลงแต่งานกัน จนได้กำเนิดบุตร 2 คน บุตรคนแรกเป็นผู้ชายและบุตรคนที่ 2 อ่านต่อที่นี่
ไร่หมุนเวียน
ไร่หมุนเวียน
พิธีมัดมือปีใหม่กะเหรี่ยง
พิธีมัดมือปีใหม่กะเหรี่ยง
"วนอุทยานทุ่งบัวตอง ดอยแม่อูคอ ดินแดนขุนเขาแห่งทะเลดอกไม้สีทอง "
"วนอุทยานทุ่งบัวตอง ดอยแม่อูคอ ดินแดนขุนเขาแห่งทะเลดอกไม้สีทอง "
วนอุทยานทุ่งบัวตอง ตั้งอยู่ในท้องที่ บ้านแม่อูคอ หมู่ที่ 6 ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน อยู่บนภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,600 เมตร มีทิวทัศน์สวยงาม มองเห็นภูเขาสลับซับซ้อนคล้ายคลื่นในทะเล ในบริเวณพื้นที่ของวนอุทยานฯจะมีป่าธรรมชาติและป่าสนปลูกขึ้นสลับกัน จะมีอากาศเย็นตลอดปี ฤดูหนาวอากาศหนาวมาก ตอนเช้าจะมีหมอกทึบ ตอนกลางวันอากาศเย็น เพราะมีลมพัดตลอดวัน คลิกเพื่ออ่านต่อ
“ การทอผ้ากะเหรี่ยง ”
“ การทอผ้ากะเหรี่ยง ”
ชาวปกากะญอ หรือกะเหรี่ยง นิยมใส่เสื้อผ้าฝ้ายทอมือมาแต่สมัยโบราณ ซึ่งแต่เดิมชาวกะเหรี่ยงจะปลูกฝ้ายเอง นำฝ้ายมาปั่นเป็นเส้นด้าย ย้อมด้วยสีธรรมชาติ สร้างลวดลายด้วยการทอ การปักด้วยเส้นไหม และลูกเดือย สตรีชาวกะเหรี่ยง จะถ่ายทอดภูมิปัญญากระบวนการผลิตผ้าทอ แก่บุตรสาว 12-15 ปี โดยเริ่มจากแบบง่ายๆ ฝึกฝนจนมีความชำนาญ และสามารถออกแบบลวดลายด้วยตนเองได้ สำหรับลวดลายผ้าทอของชาวกะเหรี่ยงนั้น มีเรื่องราวเล่าสืบมาว่า ได้มาจากลายหนังงูใหญ่ ซึ่งเป็นคู่รักในอดีตของหญิงสาวชาวกะเหรี่ยง โดยงูจะเปลี่ยนลายทุกวัน และหญิงสาวก็ทอผ้าตามลายที่ปรากฏจนครบ 7 วัน ทอได้ 7 ลาย แต่ลายที่นิยมนำมาทอ และปัก มี 4 ราย คือ โยห่อกือ เกอเป่เผลอ ฉุ่ยข่อลอ อีกลายหนึ่ง คือ ลายทีข่า ปัจจุบัน ยังมีลายที่ยมทอ คือ เกอแนเดอ หรือลายรังผึ้ง และเซอกอพอ หรือ ลายดอกมะเขือ อ่านต่อคลิก
ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์
ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์
เกษตรกรรมตำบลแม่อูคอ
เกษตรกรรมตำบลแม่อูคอ
อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นอำเภอเล็กๆ ที่ทุกตำบลสามารถเดินทางเข้าไปได้ตลอดทั้งปี แม้ว่าเส้นทางหลายหมู่บ้านยังเป็นทางดินบนภูเขาอาจมีปัญหาบ้างในช่วงฤดูฝนถนนสายหลักประชากรส่วนใหญ่ในตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน อ่านต่อคลิกรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลแม่เงา ตำบลแม่กิ๊ และตำบลขุนยวม อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีเนื้อที่ประมาณ 291,610 ไร่ หรือ 467 ตารางกิโลเมตร ทะเลสาปสะตือ หรือเรียกว่า “อ่างเก็บน้ำห้วยสะตือ” ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม อยู่ห่างจากตัวเมืองอำเภอขุนยวมมาประมาณ 30 กิโลเมตร อ่านเพิ่มเติม
อนุสรณ์สถานมิตรภาพ ไทย-ญี่ปุ่น
อนุสรณ์สถานมิตรภาพ ไทย-ญี่ปุ่น
สัมผัสตำนานรัก “โกโบริ-อังศุมาลิน” แห่งขุนยวม สายใยมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น
“อนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น”
“ข้าวเบ๊อะ”
“ข้าวเบ๊อะ” หรือที่เรียกตามภาษาถิ่นว่า “ต่าพอเผาะ” ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูคู่บ้านของชาวกะเหรี่ยง โดยเมนูนี้เป็นหนึ่งในการนำภูมิปัญญามาใช้แก้ปัญหาปากท้อง ด้วยการรังสรรค์ออกมาเป็นเมนูอาหารเรียบง่ายแต่อร่อย
เล่ากันว่า ที่มาเมนูนี้เกิดจากชาวกะเหรี่ยงซึ่งส่วนใหญ่ดำรงชีพด้วยการปลูกข้าว ทำไร่ แต่ต้องประสบปัญหาในทุกช่วงฤดูเก็บเกี่ยวเพราะผลผลิตที่ได้จะถูก นก หนู หมูป่า เข้ามากัดแทะ หรือ ขโมยไปกิน อ่านเพิ่มเติม
ดอยหมื่อกาโด่
เมื่อหลายอายุคนมาแล้ว มีชาวบ้านได้กล่าวว่า มีชาวบ้านอำเภอแม่แจ่ม ที่มีชื่อว่า นายเดอะพรือ ไม่ทราบนามสกุล เป็นผู้ค้นพบเป็นคนแรก ต่อมานายเดอะพรือได้ปักหลักสร้างที่อยู่อาศัย ณ หัวแม่ลาก๊ะ และนายเดอะพรือกลายเป็นผู้นำหมู่บ้านในสมัยนั้นมีการเล่าขานว่า ในอดีตมีหญิงชายคู่หนึ่งรักกันมานาน และได้ตกลงแต่งานกัน จนได้กำเนิดบุตร 2 คน บุตรคนแรกเป็นผู้ชายและบุตรคนที่ 2 เป็นผู้หญิงต่อมาไม่กี่ปีก้เกิดปัญหาทางครอบครัวเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุงแรงถึงขั้นต้องเลิกรากัน ทั้งคู่ได้ตกลงแบ่งบุตรกัน อ่านเพิ่มเติม
ไร่หมุนเวียน
การปลูกพืชโดยวิธีการหมุนเวียนจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเพื่อพื้นที่เดิมได้มีการพักฟื้น และกลับมาทำไร่หมุนเวียนยังพื้นที่เดิมอีกครั้ง เมื่อแร่ธาตุในดินคืนความอุดมสมบูรณ์ วงจรของไร่หมุนเวียนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7 – 12 ปี ตามความพร้อมของสภาพพื้นที่ อ่านเพิ่มเติม
“ปอยเหลินสิบเอ็ด” บุญออกพรรษาชาวไตใหญ่
งานประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด เป็นวัฒนธรรมประเพณีที่ไม่ใช่วัตถุ เป็นงานที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น 11 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันแรม 8 ค่ำ เดือน 11 ตามความเชื่อของชาวไทยใหญ่ซึ่งชุมชนตำบลแม่เงา (ประกอบด้วยบ้านต่อแพ, บ้านหลวง, บ้านประตูเมือง) เป็นชุมชนชาวไทยใหญ่ ก่อนถึงวันงานจะมีการจัดเตรียมสร้างปราสาทจำลอง ทำด้วยโครงไม้ไผ่ ประดับลวดลายด้วยกระดาษสา กระดาษสีต่างๆ หน่อกล้วย อ้อย และโคมไฟ ตกแต่งอย่างสวยงาม เรียกว่า "จองพารา" เพื่อใช้สมมติเป็นปราสาทรับเสด็จพระพุทธเจ้าหลังจากเสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จากนั้นก็จะยก "จองพารา" ขึ้นไว้นอกชายคา นอกรั้ว อ่านเพิ่มเติม
“วัดต่อแพ” ศูนย์รวมใจชาวไตใหญ่
วัดต่อแพเป็นวัดที่มีความเป็นมาเก่าแก่ แต่เดิมเป็นวัดของชาวลัวะหรือละว้า โดยวัดเหลือเพียงซากเจดีย์เก่าที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่ตรงกลาง ต่อมาชาวบ้านได้นิมนต์เจ้าอาวาสวัดต่อแพเก่ามาทำการบูรณะวัด โดยมีคณะศรัทธาบ้านเมืองปอน บ้านขุนยวม และบ้านต่อแพ ร่วมกันสร้างศาลาการเปรียญขึ้นมาราวปี พ.ศ. 2461 โดยศาลาการเปรียญเป็นอาคารสถาปัตยกรรมพม่าผสมไทใหญ่ที่สวยงามที่สุดในอำเภอขุนยวม ตัวอาคารก่อสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง มีหลังคาลดชั้นแยกออกจากกัน มุงด้วยสังกะสีที่สลักลวดลายสวยงามและวัตถุโบราณล้ำค่า เช่น ผ้าม่านเก่าแก่อายุกว่า 150 ปี อ่านเพิ่มเติม
การทำต้องลาย ปานซอยไตผสมพม่า
เป็นงานศิลปหัตถกรรมที่สวยงามเฉพาะตัว เป็นงานฝีมือที่ต้องอาศัยความสามารถ ความละเอียดอย่างมาก ชาวบ้านนิยมใช้เป็นของตกแต่งประดับประดาตามวัดวาอาราม ซุ้มเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน หรือตามบ้านเรือนของเจ้าขุนมูลนาย ซึ่งวัสดุที่ใช้ทำต้องลายปานซอยส่วนมากมักทำจากโลหะ เช่น สังกะสี เป็นต้น แต่ปัจจุบันหันมาใช้อลูมิเนียมแทน เนื่องจากไม่เป็นสนิมและยังมีความแวววาวมากกว่า หรืออาจจะทำจากไม้หรือกระดาษก็ได้ การทำต้องลาย ปานซอยนั้นจะต้องทำการออกแบบลวดลายก่อนเพื่อให้ได้ตามขนาดของพื้นที่ที่จะติดลวดลายให้เหมาะกับสถานที่นั้นๆ อ่านเพิ่มเติม
กศน.ตำบลแม่อูคอ
ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์
โครงการศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ ตามพระราชดำริ ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2536 จากพระราชกระแสของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ที่ทรงเป็นห่วงถึงปัญหาของกล้วยไม้รองเท้านารีที่กำลังจะสูญพันธุ์ไปจากแผ่นดินไทย โดยในช่วงแรกโครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์นั้นดำเนินการภายใต้การดูแลโดยกองทัพภาคที่ 3 จนถึงปี 2546 จากนั้นในปี 2547 เป็นต้นมา โครงการฯ มอบให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นผู้ดูแลต่อ อ่านเพิ่มเติม
ประเพณีเขาวงกต (ปอยหวั่งกะป่า)
ช่วงเวลาที่มีการจัดงาน จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน หรือทางชาวไทใหญ่เรียกว่า เดือน 12 ระหว่างขึ้น 1 ค่ำถึง 15 ค่ำ แต่ส่วนใหญ่มักจะจัดขึ้น 13 ค่ำ ถึง 15 ค่ำ เดือน 12 โดยถือเอาวันขึ้น 15 ค่ำ เป็นวันสุดท้ายของงานประเพณีต่างๆ ของชาวไทใหญ่
